รังเกียจ 'เอดส์' ?

 

เดลินิวส์ฉบับวันเสาร์ที่ 5 ก.ย. 58

 

 

เมื่อพูดถึง “เอดส์” เมื่อเปรียบเทียบกับโรคร้ายแรงอื่น ๆ คนมักจะกลัวและรังเกียจมากเป็นพิเศษ และความรังเกียจนั้นมิได้มีทีท่าว่าจะลดลงเลย

...

ต้องยอมรับว่า ในบรรดา โรคร้ายแรง ทั้งหลายที่มีอยู่ในโลก “เอดส์” ติดอันดับอยู่ต้น ๆ

นอกจาก “เอดส์” แล้ว โรคร้ายแรงอื่น ๆ ได้แก่โรคหัวใจ วัณโรค มาลาเรีย มะเร็ง อหิวาตกโรค ฝีดาษ กาฬโรค บาดทะยัก และท้องร่วงเป็นอาทิ

แต่เมื่อพูดถึง “เอดส์” เมื่อเปรียบเทียบกับโรคร้ายแรงอื่น ๆ คน มักจะกลัว และ รังเกียจ มากเป็นพิเศษ

และความรังเกียจนั้น มิได้มีทีท่า ว่าจะลดลงเลย

ดังจะเห็นจากการแถลงของ อธิบดีกรมควบคุมโรค เกี่ยวกับผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน ดีดีซี โพลล์ เรื่อง “การตีตราผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์ในสังคมไทย” มีประเด็นสำคัญดังนี้

จากการสำรวจ กลุ่มตัวอย่าง อายุ 15 ปีขึ้นไป จำนวน 3,024 คน ในพื้นที่กรุงเทพฯ และ 4 ภูมิภาค รวม 24 จังหวัด ดำเนินการช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2558 พบข้อมูลสำคัญน่าสนใจมากมาย

เช่น ด้าน ความรู้สึก แล้ว คนไทยยังมีความรู้สึกรังเกียจผู้ติดเชื้อเอชไอวี (ยังไม่แสดงอาการ) ร้อยละ 20.7 เพิ่มขึ้น จากปี 2557 ที่อยู่เพียงร้อยละ 11.5 เท่านั้น

เช่น ด้าน พฤติกรรม การว่ายน้ำในสระเดียวกันกับผู้ติดเชื้อเอชไอวี ไม่ยินดี ร้อยละ 51.2 ยินดี เพียงร้อยละ 19

นอกจากนี้ อยู่ร่วมบ้าน กับคนในครอบครัวที่ติดเชื้อเอชไอวี ไม่ยินดี ร้อยละ 86.5 ยินดี ร้อยละ 35.3

ให้ลูก เรียนหนังสือร่วมชั้น กับเด็กที่ติดเชื้อเอชไอวี ไม่ยินดี ร้อยละ 40.9 ยินดี ร้อยละ 29.6

ให้ลูก เล่น กับเด็กที่มีเชื้อเอชไอวี ไม่ยินดี ร้อยละ 47.4 ยินดี เพียงร้อยละ 22.4

เช่น ด้านการบังคับให้ ตรวจหาเชื้อ เอชไอวี คนไทยเห็นว่า ควร ตรวจก่อนสมัครเรียน ร้อยละ 48 ขณะที่ตอบว่า ไม่ควร ร้อยละ 30.3

กรณี ก่อนบวช เห็นว่า ควร ตรวจร้อยละ 50.4 ไม่ควร ร้อยละ 29.6

ส่วน ก่อนสมัครเข้าทำงาน เห็นว่า ควร ตรวจร้อยละ 58.5 ลดลงจากปี 2557 อยู่ที่ร้อยละ 73.1 ส่วนที่เห็นว่า ไม่ควร ตรวจร้อยละ 21.4

แม้ว่า มีเฉพาะก่อนสมัครเข้าทำงานเท่านั้นที่กลุ่มผู้แสดงความคิดเห็นบอกว่าเห็นควรตรวจเป็นเปอร์เซ็นต์น้อยกว่าปีที่แล้ว แต่สำหรับด้านอื่น ๆ แล้ว พอสรุปได้ว่า ความรังเกียจในผู้ติดเชื้อ “เอดส์” มิได้น้อยลง แต่ประการใด

สภาวะแห่งความเข้าใจเกี่ยวกับโรคเอดส์ แม้จะดีขึ้นบ้าง แต่ก็มิได้ดีขึ้น อย่างมองเห็นชัด

แม้การใช้ชีวิตร่วมกันอยู่บ้านเดียวกัน กินข้าว เรียน ทำงานและทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกันจะ ไม่ติด เชื้อเอชไอวีแต่อย่างใด แต่ในบรรดาเหล่าบุคคลทั้งหลาย ก็ยังกลัว คนที่เป็นโรคเอดส์อยู่ดี ต่างกันเพียง กลัวมาก หรือ กลัวน้อย ก็เท่านั้นเอง

นายแพทย์มนูญ ลีเชวงวงศ์ ผู้ซึ่งเคยเป็น นายกสมาคมโรคเอดส์แห่งประเทศไทย ถึงสองสมัย คือ พ.ศ. 2550-2554 ได้ให้ข้อคิดเกี่ยวกับโรคเอดส์เอาไว้ว่า

ถ้า คิดว่า จะเป็น หรือ ถ้า เป็นแล้ว ต้องไม่กลัวที่จะไปหาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และ อย่าไปรักษาในทางที่ผิด ๆ อย่างเด็ดขาด เพราะผู้ที่ ไม่รู้จริง ไม่มีทางรักษาโรคเอดส์ได้ ซ้ำยังจะทำให้สถานการณ์เลวร้ายกว่าเดิมด้วยซ้ำ

ญาติมิตร ที่อยู่ใกล้กับ ผู้ป่วยโรคเอดส์ก็ไม่ควรรังเกียจอะไรแต่อย่างใด เพราะ “เอดส์” สมัยนี้ ไม่ใช่ โรคที่น่ากลัวเหมือนเช่นสมัยก่อน บางราย รักษาหายขาดด้วยซ้ำไป

ดังนั้นการรังเกียจ “เอดส์” จึง ไม่ใช่ พฤติกรรมที่ถูกต้อง ควร ให้ความเข้าใจ และ ให้ความช่วยเหลือ จะเป็นบุญคุณเป็นที่สุด.

 

อนุภพ